ถึงศิษย์รัก… อ.เสกสรรค์ กะชามาศ

สัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นสัปดาห์ของอาจารย์สาวๆ มาอาทิตย์นี้ขอเป็นของหนุ่มๆ กันบ้างนะคะ ถ้ากล่าวถึงอาจารย์ที่เป็นตัวพ่อทางสายเคมีอีกท่าน ที่ใบหน้าของท่านจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา มีความใจเย็นพร้อมจะอธิบายเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายอย่างสม่ำเสมอ คงหนีไม่พ้น อาจารย์เสกสรรค์ กะชามาศ เราจะมาพบเรื่องราวความประทับใจ และความทรงจำที่สนุกสนานของอาจารย์กันค่ะ 

อาจารย์เสกสรรค์ กะชามาศ

เข้ามาฝึกสอนในปี พ.ศ. 2518 และหลังจากฝึกสอนก็ได้เข้ามาทำงานเป็นอาจารย์ประจำ โดยเริ่มสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3, 4 และ 5 ในวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป หลังจากนั้นได้ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทเป็นระยะเวลา 2 ปี (พ.ศ. 2524 – 2526) และกลับเข้ามาสอนอีกครั้ง โดยสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในวิชาเคมีและวิชาวิทยาศาสตร์ จนกระทั่งเกษียณอายุในปี พ.ศ.2555 โดย ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สมัยผู้อำนวยการ พลูศักดิ์ เทศนิยม

ความประทับใจเกี่ยวกับโรงเรียนของเรา

ความประทับใจของอาจารย์ก็คือ ครั้งแรกที่อาจารย์ได้เข้ามาสอน ตอนนั้นเริ่มมีหลักสูตรที่ไม่เหมือนกับโรงเรียนอื่นทั่วไป คือมีหลักสูตรมัธยมแบบผสมในมัธยมปลาย (การที่เอาวิชาที่เป็นวิชาชีพแฝงตัวควบคู่ไปกับวิชาสามัญ เช่น คหกรรม บัญชีธุรกิจ อุตสาหกรรม และ การพยาบาล เป็นต้น) ซึ่งถูกแปลงมาเป็นวิชาเอกในปัจจุบัน ซึ่งหลักสูตรมัธยมแบบผสมในมัธยมปลายถูกนำมาทดลองใช้ โดยที่อาจารย์ใหญ่ (ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.พนัส หันนาคินทร์) ในขณะนั้น แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ซึ่งเมื่ออ่านในรายงานวิจัยของศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.พนัส หันนาคินทร์ พบว่าเกิดจากการที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ในยุคก่อนนั้นต้องการให้เด็กสอบเอนทรานซ์ติดในคณะที่มีชื่อเสียง มากกว่าให้เด็กเรียนทางด้านสายวิชาชีพ โครงการนี้จึงได้ถูกยุบไปในเวลาต่อมา

แต่พอมาในสมัยที่โลกเปิดกว้างมากขึ้น ผู้ปกครองเริ่มมีการเปิดใจ มีการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย แนวคิดของผู้ปกครองก็เริ่มดีขึ้น การต่อต้านลดน้อยลง ประจวบกับตอนนั้นอาจารย์ได้เข้ามาเป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ จึงเริ่มศึกษาเรื่องมัธยมผสมอย่างจริงจังและลองนำกลับมาใช้ มาประยุกต์ใหม่ ซึ่งประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี นั่นคืออีกหนึ่งความภูมิใจ โดยการที่เราให้เด็กเลือกเรียนวิชาเอก โดยการเน้นตามความถนัด และความสามารถของนักเรียนว่าเด็กคนไหนชอบหรือมีความถนัดด้านใดเป็นพิเศษ อย่างเช่นเด็กที่ไม่ถนัดด้านวิชาการ (สายวิทยาศาสตร์ สายภาษา สายคณิตศาสตร์) ก็ให้เลือกสายที่เขาถนัด เช่น ดนตรี คหกรรม พละศึกษา ศิลปะ เป็นต้น เพราะเราเล็งเห็นว่าเด็กทุกคนควรมีสิทธิ์ในการเลือกเรียนเท่าเทียมกัน เราไม่อยากบังคับให้เด็กต้องมาเรียนหลักสูตรที่ตัวเองไม่ได้ถนัด เราจึงเพิ่มเติมหลักสูตรตามความถนัดของเด็กแต่ละคนเข้ามาอย่างหลากหลาย เมื่อเด็กได้เรียนตามความถนัดและความสามารถของตนเอง เขาก็สามารถเอาความถนัดของเขามาเป็นวิชาเอก เพื่อเสริมศักยภาพของเขาที่เขาถนัด เพื่อพัฒนาตนเองและทำให้เกรดของตัวเองดีขึ้น ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจ และมีแรงบันดาลใจในการเรียน

ซึ่งอาจารย์เองก็อยากให้มีโครงการฝึกงาน เพื่อให้เด็กๆ ได้ลงพื้นที่ฝึกงานจริงๆ ตามสถานที่ต่างๆ อีกด้วย อย่างเช่น นักเรียนเอกคอมพิวเตอร์ หรือ เอกสายวิชาชีพเฉพาะทาง หากได้มีโอกาสไปฝึกงานจริง ก็จะยิ่งกระตุ้นความสามารถของเขาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก ทำให้ได้เห็นเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดการพัฒนาตนเอง อาจารย์มีความคิดที่จะให้บุคลากรทุกคนในโรงเรียนของเราเข้าถึงเทคโนโลยีต่างๆและสามารถนำไปใช้ได้ โดยกระตุ้นให้มีการใช้และเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านต่างๆ เพิ่มเติม เพราะปัจจุบันในชีวิตประจำวันต่างก็ต้องพึ่งพาทางด้านเทคโนโลยี อาจารย์จึงใฝ่ฝันอยากให้เราเรียนรู้และตามทันเทคโนโลยี เพราะเทคโนโลยีสมัยนี้ก้าวไกลและไปได้ไวมาก ถ้าเราเมินเฉย ไม่ใส่ใจ เราจะถอยหลังไปเป็นร้อยๆ ก้าว เรากับเทคโนโลยีจึงควรเดินควบคู่กันไป เพื่อให้สาธิตเราก้าวไกลไปตามทันโลก

วีรกรรมของลูกศิษย์ที่จำได้ไม่ลืม

ลูกศิษย์ของอาจารย์ ถึงแม้บางครั้งอาจจะมีเกเรไปบ้าง บางครั้งก็ดูเหมือนจะเรียนๆ เล่นๆ แต่เมื่อจบออกไปแล้ว ไม่ว่าจะทำสายอาชีพใดๆ ก็ตาม สิ่งหนึ่งเลยที่อาจารย์พบเห็นและเป็นเอกลักษณ์ของเด็กสาธิตเราก็คือ ลูกศิษย์ของอาจารย์ทุกคนนั้นต่างก็ไปได้ดีในหน้าที่การงานของตนเอง สามารถเอาตัวรอดได้ในทุกๆ บทบาทหน้าที่ที่ได้รับ ซึ่งสิ่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งในความภาคภูมิใจของอาจารย์

อีกสิ่งหนึ่งเลยที่อยากจะฝากไว้ นักเรียนในแต่ละยุคแต่ละสมัยก็จะมีความแตกต่างกันไป โดยเฉพาะเรื่องการรับรู้ถึงข้อมูล เพราะเด็กสมัยใหม่ การรับรู้ถึงข้อมูลนั้นอาจจะอยู่ในวงจำกัด ซึ่งจริงๆ แล้วข้อมูลมีมากมายกว่านั่นเยอะ แต่เขาอาจได้เรียนรู้เพียงแค่บางส่วนเท่านั้น ยก ตัวอย่างเช่น สมัยก่อนหากเราจะอ่านข่าว เมื่อเราเห็นหัวข้อข่าวในหนังสือพิมพ์ที่น่าสนใจก็จะต้องเปิดตามอ่านและติดตามอ่านต่อในหน้าที่เค้าระบุไว้ หากมีความสนใจต่อก็ต้องหาหน้าอ่านต่อไปอีก ทำให้การที่จะได้ข้อมูลข่าวสารแต่ละอย่างนั้นเราต้องหาอ่านเอาและค้นคว้า ผิดจากสมัยปัจจุบัน ที่ข่าวที่เราพบเห็นในสื่อออนไลน์นำเสนอเพียงไม่กี่บรรทัด หรือบางครั้งมีเป็นเพียงหัวข้อข่าวเล็กๆ และมีการจำกัดของข้อความให้ดูเป็นข้อความสั้นให้น่าสนใจ และอ่านผ่านเลยไป เพราะฉะนั้นเราอาจจะได้รับรู้ข้อมูลไม่ครบหรือเพียงแค่ด้านที่สื่ออยากนำเสนอ อาจารย์ก็มีความคาดหวังที่จะให้นักเรียนในปัจจุบันรู้จักการศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมให้มากขึ้น เพื่อเป็นการรับรู้ข้อมูลในหลายๆ ด้าน มากกว่าการรับรู้ด้วยข้อความจำกัดในปัจจุบัน

ความในใจถึงศิษย์รัก

อาจารย์อยากจะฝากถึงศิษย์ปัจจุบัน มีความหวังว่าเด็กยุคใหม่มีการศึกษาในมุมที่กว้างขึ้น จะได้รับรู้ข้อมูลด้านต่างๆ ที่หลากหลาย แล้วนำมาคิดวิเคราะห์และประมวลผล พิจารณาให้ดีในหลายๆ ด้าน ไม่อยากให้ยึดติดหรือมองอะไรเพียงแค่ด้านเดียว อยากให้อาจารย์และศิษย์ในสมัยนี้ใกล้ชิดกันมากขึ้น คุยกันได้ทุกเรื่องเหมือนยุคก่อนๆ อาจารย์ไม่อยากให้รู้สึกเหมือนว่าครูกับศิษย์ห่างไกลกัน สำหรับลูกศิษย์ในยุคก่อนๆ อาจารย์ไม่ค่อยห่วงอะไร เพราะเชื่อว่าทุกคนต่างประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน หรือถึงแม้จะมีบางคนที่ไม่ได้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่ครูก็เชื่อมั่นว่าลูกศิษย์สาธิตทุกคนสามารถเอาตัวรอดได้และอยู่ร่วมในสังคมได้เป็นอย่างดี


ความหลากหลายทางวิชาเอก คือจุดเด่นมากของสาธิต ประสานมิตร ฝ่ายมัธยมของเรา กว่าจะมาถึงจุดนี้ ต้องผ่านการต่อสู้ ทั้งเชิงวิชาการ และเชิงความคิดทัศนคติ ทั้งต่อบุคลากรในโรงเรียนเอง และทัศนคติของผู้ปกครอง ซึ่งพอผ่านมาถึงวันนี้ ทุกอย่างประสบความสำเร็จ ไปได้อย่างดี ก็อดจะชื่นชม ความกล้าหาญของบุคลากรรุ่นเก่าๆ ที่ร่วมกันก่อสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา ทางสมาคมศิษย์เก่าฯ ต้องขอ กราบขอบพระคุณ อาจารย์เสกสรรค์ กะชามาศ ที่มาร่วมแบ่งปันปรสบการณ์ความประทับใจรวมถึงเรื่องราวดีๆ ให้ทุกท่านหายคิดถึง มา ณ โอกาสนี้